กระดูกสะโพกหัก (Hip fracture) เป็นภาวะที่พบบ่อยโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มของผู้สูงอายุ จัดได้ว่าเป็นปัญหาทางสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทย
 |
กระดูกสะโพกหักเกิดขึ้นได้อย่างไร? |
ในผู้สูงอายุซึ่งมักพบว่ามีภาวะกระดูกพรุน (Osteoporosis) ร่วมอยู่ด้วยนั้น การหกล้มสะโพกกระแทกกับพื้นที่ไม่รุนแรงมากนักก็สามารถทำให้กระดูกสะโพกหักได้ ซึ่งแตกต่างจากในกลุ่มคนหนุ่มสาวกระดูกแข็งแรงที่มักเกิดจากอุบัติเหตุทางจราจรที่รุนแรงจริงๆเท่านั้น |
|
 |
กระดูกพรุนคืออะไร? |
“โรคกระดูกพรุน” หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “โรคกระดูกโปร่งบาง” เป็นโรคที่เกิดจากความหนาแน่นของกระดูกมีน้อยลง หรือมีความผิดปกติที่โครงสร้างของกระดูก ทำให้กระดูกเปราะกว่าปกติ จึงเกิดการหักได้ง่ายแม้จะมีแรงมากระทำที่ไม่รุนแรงมาก ผู้ป่วยด้วยโรคนี้มักไม่ค่อยมีอาการแสดงให้เห็น จึงถือว่าเป็นภัยเงียบที่สำคัญสำหรับคนสูงอายุ แต่ในคนไข้บางคนก็อาจมีอาการแสดงให้เห็นบ้าง เช่น หลังโก่งมากขึ้น หรือมีอาการปวดหลังเรื้อรัง เป็นต้น
คนที่มีความเสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุน มักเป็นผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน คนที่มีรูปร่างผอมบาง ขาดแคลเซียมและวิตามินดี สูบบุหรี่และขาดการออกกำลังกาย
การตรวจหาโรคกระดูกพรุนที่นิยมทำกันในปัจจุบัน โดยการตรวจด้วยเครื่องวัดมวลกระดูก การตรวจก็ไม่ยุ่งยาก ไม่เจ็บตัวและรู้ผลได้รวดเร็ว คนที่มีความเสี่ยงต่อภาวะกระดูกพรุนก็ควรตรวจสักปีละ 1 ครั้ง
คุณสามารถป้องกันภาวะนี้ได้ด้วยการรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมสูง เช่น นม หรีอ ปลาเล็กปลาน้อย หรือยาแคลเซียมที่แพทย์จ่ายให้ และออกกำลังกายสม่ำเสมอ โดยควรออกกำลังกายให้ได้รับแสงแดดอ่อนๆตอนเช้าหรือตอนเย็นๆ นอกจากนี้ในคนไข้ที่เป็นโรคกระดูกพรุนแล้ว แพทย์อาจจ่ายยาที่ช่วยเพิ่มความหนาแน่นของกระดูกให้ทานด้วย |
|
 |
กระดูกสะโพกหักมีกี่แบบ? |
กระดูกสะโพกหักสามารถแบ่งได้คร่าวๆเป็น 2 แบบด้วยกัน |
| 1. กระดูกคอสะโพกหัก (Femoral neck fracture) เป็นการหักตรงตำแหน่งคอของกระดูกสะโพก ทำให้ส่วนหัวและก้านของกระดูกสะโพกแยกจากกัน วิธีการรักษาขึ้นอยู่กับอายุของคนไข้ และความมากน้อยในการเคลื่อนออกจากกันของส่วนหัวและก้านของกระดูกสะโพก |
|
| 2. กระดูกฐานคอสะโพกหัก (Intertrochanteric fracture) เป็นการหักตรงตำแหน่งฐานคอของกระดูกสะโพก หรือส่วนที่อยู่ต่ำกว่าคอสะโพกลงมา การรักษามักมีความยุ่งยากน้อยกว่ากระดูกคอสะโพกหัก โดยใช้การดามด้วยโลหะชนิดพิเศษ |
|
 |
ใครบ้างที่มีความเสี่ยงสูงต่อภาวะกระดูกสะโพกหัก? |
คนที่มีความเสี่ยงสูงต่อภาวะกระดูกสะโพกหัก นอกจากคนสูงอายุที่มีภาวะกระดูกพรุนแล้ว ปัจจัยเหล่านี้จะเพิ่มโอกาสเสี่ยงต่อภาวะนี้
- คนที่ดื่มแอลกอฮอล์และกาแฟมากๆเป็นประจำ
- คนที่มีกล้ามเนื้อไม่แข็งแรงทรงตัวไม่ดี
- คนที่มีรูปร่างผอมบาง
- คนที่มีปัญหาสายตา เพราะเสี่ยงต่อการล้มได้ง่าย
- คนที่สูบบุหรี่มากแป็นประจำ
- คนสูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อม
|
 |
กระดูกสะโพกหักรักษาได้อย่างไร? |
กระดูกสะโพกหักส่วนใหญ่รักษาได้ด้วยวิธีผ่าตัด ทั้งนี้เนื่องมาจากการที่กระดูกสะโพกมีความสำคัญอย่างมากในการยืนและเดิน และการรักษาโดยวิธีไม่ผ่าตัดจะมีโอกาสที่กระดูกจะไม่ติดสูง รวมถึงต้องใช้เวลานาน การรักษาโดยการผ่าตัดจะทำให้คนไข้ลุกเดินและช่วยเหลือตนเองได้เร็วกว่า โอกาสที่จะมีโรคแทรกซ้อนอันเนื่องมาจากการนอนอยู่บนเตียง เช่น แผลกดทับ หรือติดเชื้อก็จะลดลง
การผ่าตัดเพื่อรักษากระดูกสะโพกหัก มี 2 วิธี |
| 1. การดามด้วยโลหะชนิดพิเศษ โดยแพทย์จะลงแผลผ่าตัดที่บริเวณสะโพก หลังจากนั้นจะจัดให้กระดูกที่หักกลับมาอยู่ในตำแหน่งเดิมแล้วเชื่อมต่อกระดูกที่หักนั้นเข้าด้วยกันโดยใช้แผ่นเหล็กและโลหะจำพวกสกรู หลังผ่าตัดผู้ป่วยสามารถเคลื่อนไหวได้เร็วตั้งแต่วันแรกๆหลังผ่าตัด แต่การลงน้ำหนักหลังผ่าตัดช่วงแรกอาจลงน้ำหนักได้ไม่เต็มที่ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความรุนแรงและลักษณะของกระดูกที่หัก รวมถึงความมั่นคงของโลหะที่ดามด้วย ทั้งนี้แพทย์ที่ทำผ่าตัดจะแจ้งให้คนไข้ทราบ ท่านควรปฎิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ส่วนใหญ่แล้วกระดูกสามารถติดดีเต็มที่ในระยะเวลาประมาณ 3 เดือน |
| 2. การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียมบางส่วน (Hip hemiarthroplasty) หรือการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียมเฉพาะส่วนก้านและหัวเท่านั้นโดยไม่ได้ทำเบ้าสะโพกเทียม แพทย์จะพิจารณาทำผ่าตัดด้วยวิธีนี้ในคนไข้ที่อายุมากกว่า 60-65 ปี หรือในกรณีที่กระดูกสะโพกหักมีการเคลื่อนไปมากซึ่งการรักษาโดยวิธีดามด้วยโลหะทำไม่ได้หรือแพทย์พิจารณาดูแล้วว่ามีผลเสียต่อคนไข้มากกว่าการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม ทั้งนี้แพทย์อาจพิจารณาทำผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียมแบบเต็มข้อ (Total hip arthroplasty) คือมีการเปลี่ยนเบ้าสะโพกเทียมร่วมด้วยในกรณีที่คนไข้มีภาวะข้อสะโพกเสื่อมอยู่ก่อนที่จะมีกระดูกสะโพกหัก เพื่อทำให้ภายหลังผ่าตัดคนไข้จะสามารถลงน้ำหนักและเคลื่อนไหวข้อสะโพกได้โดยไม่เจ็บปวด |
|
 |
หลังผ่าตัดรักษากระดูกสะโพกหักมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนอะไรบ้าง? |
เนื่องจากกระดูกหักชนิดนี้มักพบในผู้สูงอายุ ซึ่งมักมีโรคประจำตัวหลายอย่าง หรือมีสุขภาพโดยรวมที่ไม่แข็งแรง ดังนั้นจึงมีโอกาสที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ง่ายกว่าคนหนุ่มสาว ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น การติดเชื้อ การเกิดภาวะหลอดเลือดดำอุดตัน หรือการที่ผู้ป่วยไม่สามารถลุกเดินได้ในเวลาอันรวดเร็ว ทั้งนี้ถึงแม้ว่าผลการรักษาโดยรวมส่วนใหญ่จะอยู่ในเกณฑ์ที่ดีก็ตาม
 |
หลังผ่าตัดรักษากระดูกสะโพกหักต้องทำอะไรบ้าง? |
การเคลื่อนไหวลุกเดินหลังผ่าตัด การทำกายภาพบำบัดหลังผ่าตัด และข้อควรระวังหลังผ่าตัด รวมถึงการติดตามรักษาหลังผ่าตัดกับแพทย์เป็นเช่นเดียวกับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม นอกจากนี้คนไข้ยังต้องได้รับการดูแลรักษาภาวะกระดูกพรุน และดูแลสภาพแวดล้อมที่บ้านเพื่อไม่ให้เกิดการล้มได้ง่ายอันจะนำมาซึ่งการเกิดกระดูกหักซ้ำอีกด้วย |